สำรวจวิธีการทำงาน และสิ่งที่ทำให้ Super App ประสบความสำเร็จ

สารบัญ

คุณคงเคยได้ยินคำว่า Super App มาบ้าง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร และคุณจำเป็นต้องใช้หรือเป็นส่วนหนึ่งของมันหรือไม่? บทความนี้จะไขข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวโน้มล่าสุดในการพัฒนาแอปพลิเคชันและความหมายที่ต่อคุณ

Super App คืออะไร?

คำนิยามนั้นค่อนข้างกว้าง โดยพื้นฐานแล้วจะเป็นแอปพลิเคชันที่มีฟังก์ชันการทำงานและบริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากวัตถุประสงค์หลัก ซึ่งในขณะนี้ Super App ที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดอยู่ในเอเชีย แต่แนวโน้มนี้กำลังนิยมมากขึ้นในยุโรปและสหรัฐอเมริกา

วิธีที่ดีที่สุดในการอธิบาย Super App คือการใช้ตัวอย่างของ WeChat ซึ่งเป็นต้นแบบของ Super App ทั้งหมด แอปพลิเคชันสัญชาติจีนนี้เริ่มต้นจากการเป็นเพียงแอปพลิเคชันส่งข้อความธรรมดา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฟีเจอร์ต่างๆ ก็ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน WeChat ได้รวมเอาฟีเจอร์ธนาคาร, การช้อปปิ้งออนไลน์, เกม, การจองการเดินทาง, เครือข่ายธุรกิจ, การนัดหมายกับหน่วยงานราชการ, การสำรองห้องพัก และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ WeChat มีผู้ใช้งานมากกว่า 1.2 พันล้านคน โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศจีน

Super App ทำงานอย่างไร?

หากไม่เจาะลึกลงไปในเชิงเทคนิคมากเกินไป Super App เป็นแอปหลักดั้งเดิม ที่มักจะมีฟีเจอร์และฟังก์ชันหลักๆ อยู่ภายใน แต่สิ่งที่ทำให้แอปพลิเคชัน นี้เหนือระดับมากกว่าแอปพลิเคชันอื่นๆ คือความสามารถในการโหลดแอปพลิเคชันอื่นๆ เข้ามาใช้งานภายในตัวได้อย่างคล่องตัว แอปพลิเคชันขนาดเล็กเหล่านี้จะทำหน้าที่แทนแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่ผู้ใช้งานมีอยู่ในโทรศัพท์ โดยยังคงผู้ใช้ให้อยู่ภายในระบบปิดของ Super App

ยกตัวอย่างเช่น ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Grab สัญชาติสิงคโปร์ เริ่มต้นจากการเป็นบริการเรียกรถยนต์ ซึ่งคล้ายกับ Uber แต่ปัจจุบัน เมื่อผู้ใช้เปิดแอปพลิเคชันหลักของ Grab (ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น Grab Superapp ไม่นานมานี้) ผู้ใช้จะถูกนำไปยังเมนูหลักที่มีบริการขนส่ง ซึ่งเป็นเพียงแค่ตัวเลือกหนึ่งเท่านั้น ภายในแอปพลิเคชันยังมีฟีเจอร์เพิ่มเติมมากมายที่สามารถเรียกใช้ได้ตามความต้องการ ดังนั้น หากผู้ใช้ต้องการใช้ฟีเจอร์จัดส่งอาหารของ Grab เพื่อสั่งมื้อเย็น ‘Mini App’ จะถูกเรียกใช้ขึ้นมาภายใน Framework หลักของแอปพลิเคชัน Grab นอกจากนี้ยังมีบริการชำระเงินบนมือถือ ซึ่งคล้ายกับ Apple Pay บริการขนส่งและจัดส่งสินค้า และผลิตภัณฑ์ประกันภัย เป็นต้น

สำหรับผู้ใช้งาน ประสบการณ์การใช้งานทั้งหมดนี้ควรใช้งานได้อย่างไหลลื่น แม้ว่าการเรียกใช้ฟีเจอร์เพิ่มเติมอาจใช้เวลาไม่กี่มิลลิวินาที แต่เป้าหมายก็คือให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนยังคงใช้งานอยู่ในแอปพลิเคชันหลักอยู่

Super App หรือ Mini App?

จากที่กล่าวไปข้างต้น ภายใน Super App จะมีแอปพลิเคชันเล็กอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเรียกว่า Mini App โดยทั่วไปแล้ว Mini App ทั้งหมดเหล่านี้จะเป็นของบริษัทเดียวกันกับ Super App ซึ่งเป็นผู้ดูแลและจัดการทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป

ตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชันส่งข้อความอย่าง LINE จากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมทั่วเอเชีย ได้เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กพัฒนา Mini App ของตนเองภายใต้ Framework ของ LINE Super App ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กได้รับประโยชน์จากการเป็นส่วนหนึ่งของ Framework ที่เชื่อถือได้ และอนุญาตให้พวกเขาใช้ฟีเจอร์บางอย่างของแอปพลิเคชันหลักได้ เช่น การส่งข้อความ ขณะที่ยังคงมีฟังก์ชันการทำงานของตัวเองภายใน Mini App

Mini App เหล่านี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก จากมุมมองทางเทคนิค แอปพลิเคชันเหล่านี้พัฒนาได้เร็วและประหยัดกว่าการสร้างแอปพลิเคชันเดี่ยว นอกจากนี้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานมักจะราบรื่นกว่าอีกด้วย เนื่องจาก Mini App เหล่านี้ทำงานบนแพลตฟอร์มของ Super App จึงไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแยกต่างหากหรืออัปเดตใน App store ทำให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของ Super App

เช่นเดียวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ Super App มีทั้งประโยชน์และความท้าทายเช่นเดียวกัน

สำหรับผู้บริโภค การใช้ Super Appp มีข้อดีสำคัญหลายประการ

  • สะดวกต่อการเป็นจุดรวมของบริการต่างๆที่ใช้งานบ่อย
  • ยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียว และมีรหัสผ่านเพียงรหัสเดียว
  • ดาวน์โหลดแค่แอปพลิเคชันหลักเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
  • ลดความซับซ้อนในการใช้งาน เนื่องจากผู้ใช้เรียนรู้การใช้แอปพลิเคชันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ธุรกิจที่พัฒนา Super App ก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน

  • สามารถรวบรวมข้อมูลลูกค้าอย่างละเอียดได้จำนวนมากจากหลากหลายแหล่ง
  • โอกาสเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งน้อยลง เนื่องจากลูกค้าใช้งานแพลตฟอร์มอยู่เป็นประจำ
  • โอกาสในการขยายแบรนด์และเสนอบริการใหม่ๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
  • ดึงดูดความสนใจ เวลา และเงินของลูกค้าได้มากขึ้น

ความท้าทายที่ Super App เผชิญ

แม้ว่าการใช้ Super App จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งในด้านเทคนิคและการนำไปใช้งาน

ความท้าทายด้านธุรกิจ การพัฒนา และคำถามที่ต้องตอบ

เมื่อมีการพัฒนา Super App ทีมพัฒนาธุรกิจและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ เพื่อสร้าง Super App ที่ใช้งานได้จริง มีความเชื่อมโยงกัน และปลอดภัย

  • ฟีเจอร์มากเกินไป สำหรับผู้ใช้ Super App อาจสร้างความสับสน เนื่องจากมีฟีเจอร์และตัวเลือกมากเกินไป ดังนั้น นักพัฒนาจึงต้องคิดหาวิธีที่ทำให้ง่ายต่อผู้ใช้งาน
  • เป้าหมายของแฮกเกอร์ เนื่องจาก Super App มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก จึงตกเป็นเป้าหมายที่ดูดแฮกเกอร์และอาชญากรไซเบอร์ ซึ่งหมายความว่าความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและความปลอดภัยจำเป็นต้องแข็งแกร่งมาก
  • ความไม่สอดคล้องของการออกแบบ Mini App ทั้งหมดได้รับการพัฒนาขึ้นไปตามลำดับเวลา และมักถูกพัฒนาด้วยทีมงานที่หลากหลาย ดังนั้น อีกหนึ่งความท้าทายคือการรักษาประสบการณ์ผู้ใช้งานให้สอดคล้องกันทั่วทุกฟังก์ชันและ Mini App ทั้งหมดใน Super App
  • ความไม่สอดคล้องของการนำเสนอ สำหรับ Super App บางตัวที่เสนอบริการที่ไม่สอดคล้องกันโดยสิ้นเชิง จะทำให้แบรนด์หลักไม่เด่นจนสูญเสียแรงดึงดูดไปได้
  • ความซับซ้อนของโค้ด เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของ Super App มีความซับซ้อน นักพัฒนาจำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของโค้ดและโค้ดจำนวนมหาศาล เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การทำงานของแอปพลิเคชันดูไม่น่าเชื่อถือเท่ากับแอปพลิเคชันเดี่ยว

Super App ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

แม้ว่า Super App จะเป็นที่นิยมในเอเชีย แต่สหรัฐอเมริกาและยุโรปจะค่อนข้างเติบโตช้ากว่า ขณะที่บางคนอาจมองว่า Facebook เป็น Super App แต่จริงๆ แล้วพวกเขาทำในทางตรงกันข้ามกับบางฟีเจอร์ เช่น การแยกฟังก์ชันการส่งข้อความออกมาเป็นของแอปพลิเคชันเดี่ยว

มีการพูดคุยกันมากมายว่าทำไม Super App ถึงยังไม่เป็นที่นิยมในตะวันตกเช่นเดียวกับในเอเชีย โดยมีข้อโต้แย้งที่หลากหลาย ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกมีตลาดกว้างขวางอยู่แล้ว มีแอปพลิเคชันแข่งขันกันมากมาย ไปจนถึงความจำเป็นที่จะใช้งานแอปพลิเคชันที่เรียบง่ายมากขึ้นในเอเชีย เนื่องจากอุปกรณ์มือถือมีประสิทธิภาพต่ำกว่า แต่แนวโน้มนั้นกำลังเปลี่ยนไป แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมของตะวันตกหลายแห่ง เช่น Facebook และ Snapchat ได้เพิ่มฟีเจอร์เสริมลงในแอปพลิเคชัน รวมถึงฟีเจอร์การช้อปปิ้ง การบริจาคการกุศล และมินิเกม นอกจากนี้ Elon Musk พูดถึงว่าเขาต้องการที่จะเปลี่ยน Twitter ให้เป็น Super App อีกด้วย

อีกหนึ่งเหตุผลที่ต้องระวังในประเทศตะวันตก คือเรื่องของกฎระเบียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ที่มีกฎหมายเข้มงวดในการผูกขาดตลาด และความเป็นส่วนตัว การส่งต่อ และความปลอดภัยของข้อมูล อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ที่สามารถติดตามผู้ใช้จากแพลตฟอร์มของตนเองได้ ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้มีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง Super App

ในขณะนี้ Super App ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชีย อย่างไรก็ตาม ยังมี Super App อื่นๆอีกทั่วโลก ซึ่งเราได้กล่าวถึงไปบางส่วนแล้ว และต่อไปนี้คือตัวอย่างเพิ่มเติมของ Super App

  • Revolut มักถูกมองว่าเป็น Super App ด้าน Fintech ตัวแรก โดยบริษัท Revolut จากสหราชอาณาจักร เป็นธนาคารที่ดำเนินการทั้งหมดทางออนไลน์ และอนุญาตให้ลูกค้าจัดการธุรกรรมประจำวันทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชันของตน นอกเหนือจากฟีเจอร์ของแอปพลิเคชันธนาคารทั่วไปแล้ว Super App นี้ยังอนุญาตให้ลูกค้าจัดการการสมัครสมาชิกต่างๆ ยื่นขอผลิตภัณฑ์ประกันภัย รับเงินเดือนล่วงหน้า และอื่นๆ อีกมากมาย
  • PayPal เพิ่งเปิดตัว Super App ซึ่งรวมถึงความสามารถด้านสกุลเงินดิจิทัล การชำระเงินแบบ peer-to-peer และฟีเจอร์การชำระบิล
  • Rappi น่าจะเป็น Super App ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกากลางและใต้ ครอบคลุม 9 ประเทศ มีบริการจัดส่ง การจองการเดินทาง การช้อปปิ้งออนไลน์ และบริการทางการเงิน เป็นต้น
  • Paytm เดิมเป็นแอปพลิเคชันสำหรับชำระเงินดิจิทัล แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แอปพลิเคชันนี้ของอินเดียได้ขยายไปสู่ด้านต่างๆ รวมถึงบริการทางการเงิน การจองตั๋วออนไลน์ การจองการเดินทาง และเกมบนมือถือ

อนาคตของ Super App

ถึงแม้เราจะไม่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ แต่ดูเหมือนว่า Super App จะไม่หายไปในเร็ว ๆ นี้ แต่การยอมรับของผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปยังคงเติบโตช้า ตามที่ได้มีการโต้แย้งกันในนิตยาสาร Forbes อย่างไรก็ตาม ในเอเชียและอเมริกาใต้ ความนิยมของ Super App กำลังเพิ่มขึ้น โดยมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ และดูเหมือนว่าจะมีเพิ่มขึ้นทุกวัน

มีเพียงแค่เวลาที่จะบอกได้ว่าลูกค้าจะเบื่อหน่ายกับแอปพลิเคชันที่มีความซับซ้อนเหล่านี้ หรือนักพัฒนาสามารถคิดค้นวิธีจัดการประสบการณ์การใช้งานในแอปพลิเคชันที่มีฟีเจอร์หลายพันฟีเจอร์ได้หรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

สรุป

แม้ว่าแนวโน้มของ Super App ดูเหมือนจะยังคงอยู่ แต่คำถามที่ว่า Super App เหมาะสมกับธุรกิจและลูกค้าของคุณหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจมากกว่าความเป็นไปได้ทางเทคนิค และเพื่อให้แน่ใจว่า Super App ของคุณมีบริการที่สอดคล้องกันกับแบรนด์ของคุณ ไม่ใช่การนำบริการสุ่มมาผสมรวมกัน

คำถามบางข้อที่คุณควรถามตัวเองเมื่อพิจารณา Super App คือ

  • เราควรกระจายความเสี่ยงไปในทางใด?
  • ลูกค้าของเรามีแนวโน้มที่จะยอมรับข้อเสนออื่นๆ จากเราหรือไม่?
  • กลยุทธ์ Super App โดยรวมของเราคืออะไร และบริการใดที่เราหวังจะนำเสนอ?

บริษัท Manao Software มีผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือ และเว็บแอปพลิเคชัน ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของแอปพลิเคชันอยู่เสมอ เรายินดีที่จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแผนการพัฒนา Super App หรือ Mini App ของคุณ และช่วยให้คุณทราบสิ่งที่คุณและธุรกิจของคุณต้องการได้อย่างแม่นยำ

ไม่แน่ใจว่าบริการไหนเหมาะกับคุณ?

เพียงติดต่อเรา เราจะช่วยคุณแก้ไขปัญหา และหาบริการที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

บทความล่าสุด

Penetration Testing เหมือนหรือแตกต่างจาก QA Testing อย่างไร?

มารู้จัก 2 บริการที่มีความแกต่างกัน แต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดกับซอฟต์แวร์ของคุณ นั่นก็คือ การเจาะระบบ (Penetration) และ บริการทดสอบคุณภาพ (QA testing)

This is a staging environment